เจาะลึก ทีมชาติซาอุฯ รอดไม่รอดในเวิลด์คัพ 2018

      Comments Off on เจาะลึก ทีมชาติซาอุฯ รอดไม่รอดในเวิลด์คัพ 2018

ทีมชาติซาอุฯ

     หลังจากที่ทีมชาติซาอุดิอาระเบีย เฉือนเอาชนะทีมชาติญี่ปุ่นไปได้ 1-0 ในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนเอเชียที่ผ่านมา ส่งผลให้ทีมชาติซาอุดิอาระเบีย ได้เข้าไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่รัสเซียโดยอัตโนมัติ และหลังจากการจับฉลากแบ่งสายฟุตบอลโลกได้ผ่านพ้นไป เราก็ได้ทราบกันแล้วว่าทางทีมชาติซาอุดิอาระเบียได้อยู่สายเดียวกับรัสเซีย, อียิปต์ และ อุรุกวัย ในกลุ่มเอ

     แน่นอนว่าเมื่อดูจากทีมคู่ปรับร่วมกลุ่มแล้วต้องบอกว่าเป็นงานหนักของทีมชาติซาอุดิอาระเบียอย่างแท้จริง เนื่องจากทุกทีมล้วนมีทีเด็ดและศักยภาพที่ดีกว่าทีมชาติซาอุดิอาระเบียทั้งสิ้น ซึ่งจากผลงานที่ผ่านมาของทีมชาติซาอุดิอาระเบียนั้นทำได้ดีที่สุดเพียงเข้าไปเล่นในรอบสอง ในปี 1994 ซึ่งเป็นฟุตบอลโลกครั้งแรกของพวกเขา หลังจากนั้นแม้ว่าทีมชาติซาอุดิอาระเบียจะสามารถผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายได้บ่อยครั้ง แต่ก็ไม่เคยประสบความสำเร็จใดๆ อีก ต้องตกรอบแรกกลับบ้านตลอดในช่วงที่ผ่านมา ยิ่งเข้าสู่ช่วงปี 2010 เป็นต้นมา ผลงานของทีมชาติซาอุดิอาระเบียก็ตกลงเรื่อย เพราะไม่ได้ผ่านไปเล่นรอบสุดท้ายอีกเลย จนกระทั่งครั้งนี้

     สำหรับครั้งนี้วิเคราะห์จากตัวผู้เล่น ส่วนใหญ่ค้าแข้งอยู่ในประเทศตัวเองทั้งสิ้น ถึงแม้จะเปลี่ยนผู้จัดการทีมใหม่มาเป็น ปิซซี่ อดีตโค้ชซึ่งพาทีมชาติชิลีคว้าแชมป์โคปปา อเมริกามาครองได้ เข้ามาเป็นเทรนเนอร์คนใหม่ได้สำเร็จ แต่คงจะเป็นงานที่ยากสำหรับนักเตะทีมชาติซาอุดิอาระเบียอย่างแน่นอน ที่จะต้องฟาดฟันกับทีมเจ้าภาพอย่างรัสเซีย หรือทีมอียิปต์ที่มีจรวดทางเรียบ ดาวยิงจากลิเวอร์พูลที่ฟอร์มกำลังร้อนแรงสุดๆ ในเวลานี้อย่างโมฮัมเหม็ดซาร่า แถมยังต้องเจอกับทีมอดีตแชมป์โลกสองสมัยอย่างอุรุกวัย ที่มีนักเตะระดับโลกอย่างเอดิสัน คาวานี่ และหลุยส์ ซัวเรซอยู่ในทีม หากเทียบศักยภาพแล้วต้องบอกว่าทีมชาติซาอุดิอาระเบียล้วนเป็นรองทุกทีมในสายนี้อย่างสิ้นเชิง ซึ่งทีมชาติซาอุดิอาระเบียน่าจะมีเวลาเตรียมตัวพอสมควรในการสู้ศึกฟุตบอลโลก 2018 ในกลางปีหน้าที่ประเทศรัสเซีย เนื่องจากฟุตบอลในทวีปเอเชียปิดฤดูกาลกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

     จากที่กล่าวมาทั้งหมดน่าจะสรุปได้ว่าทีมชาติซาอุดิอาระเบีย มีโอกาสน้อยมากที่จะผ่านเข้าสู่รอบต่อไป น่าจะเป็นอีกปีที่ทีมชาติซาอุดิอาระเบียจะมาแค่เป็นสีสันให้กับฟุตบอลโลกครั้งนี้ โดยปล่อยให้สามทีมที่เหลือแย่งชิงที่นั่งในการเข้ารอบกันต่อไป หากจะมีทางที่ได้เข้าทีมชาติซาอุดิอาระเบียคงต้องใช้ปาฏิหาริย์เท่านั้น ถึงจะสามารถฝ่าด่านโหดหินอย่างรัสเซีย, อียิปต์ หรืออุรุกวัยไปได้ ซึ่งจะเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหนก็ต้องติดตามดูได้ในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่รัสเซียในกลางปีหน้า