ฟีฟ่ายันไม่ลงโทษทีมชาติซาอุดิอาระเบีย หลังไม่ยืนไว้อาลัยเกมดวลออสซี่

      Comments Off on ฟีฟ่ายันไม่ลงโทษทีมชาติซาอุดิอาระเบีย หลังไม่ยืนไว้อาลัยเกมดวลออสซี่

ฟี่ฟ่า

     ตัวแทนสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติยืนยันว่าการไม่ร่วมพิธีไว้อาลัยผู้เสียชีวิตในเหตุก่อการร้ายเมืองแมนเชสเตอร์ของทีมชาติซาอุดิอาระเบียนั้นไม่ขัดข้อบังคับแต่อย่างใด ทั้งนี้ตัวแทนสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือฟีฟ่า ยืนยันว่าจะไม่มีการลงโทษทีมชาติซาอุดิอาระเบียในกรณีดังกล่าวก่อนเกมฟุตบอลโลก 2018 โซนเอเชียกับออสเตรเลีย ซึ่งในเกมนี้ทำการแข่งขันที่เมืองแอดิเลด

     โดยก่อนเกมมีการตกลงกันว่าจะมีพิธียืนไว้อาลัย 1 นาที ให้กับคริสตี้ โบเดน และซาร่า เซเลนัค ชาวออสเตรเลียสองคนที่เสียชีวิตในเหตุวางระเบิดสถานที่จัดคอนเสิร์ตในเมืองแมนเชสเตอร์ แต่ตัวแทนของทีมชาติซาอุดิอาระเบียขอไม่เข้าร่วมพิธีดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่าขัดต่อวัฒนธรรมของประเทศซาอุดิอาระเบีย และจะขอยืนในตำแหน่งรอพร้อมเล่นอยู่ในแดนตัวเอง เพื่อให้เกียรติแก่พิธีดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ภาพการไม่ให้ความร่วมมือของผู้เล่นทีมชาติซาอุดิอาระเบียก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากทุกฝ่าย ลุกลามไปจนถึงมีการเชื่อมโยงว่า ซาอุดิอาระเบียเห็นดีด้วยกับผู้ก่อการร้าย ร้อนถึงสมาคมฟุตบอลซาอุดิอาระเบียต้องออกแถลงการณ์ขอโทษในการตัดสินใจดังกล่าวของทีม และแม้จะสร้างความไม่พอใจให้หลายต่อหลายฝ่าย แต่ทางสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือฟีฟ่า ก็ยืนยันการกระทำของทีมชาติซาอุดิอาระเบีย ไม่ได้ละเมิดกติกาข้อบังคับใดๆ ที่มีอยู่ “หลังจากพิจารณารายงานและภาพของเกมดังกล่าว เรายืนยันได้ว่าไม่มีมูลเหตุให้ทำการลงโทษเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว” ฟีฟ่าระบุในแถลงการณ์

     ด้วยความต่างของศาสนาอาจทำให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ได้ ถึงแม้ทางสมาคมฟุตบอลซาอุดิอาระเบียจะออกแถลงการณ์ขอโทษกับเหตุการณ์ดังกล่าว แต่ชาวเน็ตก็แห่คิดกันไปต่างๆ นานา ส่วนใหญ่คิดไปในแง่ร้าย ซึ่งภาพลักษณ์ของประเทศทางตะวันออกกลางค่อนข้างดูเป็นศัตรูกับทางฝั่งทวีปยุโรปอยู่แล้ว  แต่ในแง่ของฟุตบอลแล้ว ความเหลื่อมล้ำทางเชื้อชาติและศาสนาจะต้องไม่มี โดยทางฟีฟ่าเน้นย้ำในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก และถึงแม้ผลการแข่งขันในเกมดังกล่าว ทีมชาติ ออสเตรเลียจะเอาชนะทีมชาติซาอุดิอาระเบียไปได้ 3-2  แต่สุดท้ายทั้งทีมชาติออสเตรเลีย และทีมชาติซาอุดิอาระเบียก็สามารถตบเท้าเข้าไปสู่รอบสุดท้ายฟุตบอลโลกที่รัสเซียได้สำเร็จทั้งคู่ ถึงแม้ทางทีมชาติออสเตรเลียจะต้องเหนื่อยมากกว่าที่ต้องไปเพลย์ออฟ แต่สุดท้ายก็สามารถฝ่าฟันเข้าสู่รอบสุดท้ายฟุตบอลโลกได้สำเร็จ

     โดยทางทีมชาติซาอุดิอาระเบียอยู่ร่วมสายเดียวกับเจ้าภาพรัสเซีย, อุรกวัย และ อียิปต์ ซึ่งถือว่าเป็นสายที่โหดสำหรับทีมชาติซาอุดิอาระเบียเลยทีเดียว  ส่วนทางด้านทีมชาติออสเตรเลียนั้น ต้องอยู่ร่วมสายกับฝรั่งเศส, เปรู และเดนมาร์ก ซึ่งถือว่าไม่ง่ายสำหรับทีมชาติออสเตรเลียเช่นกัน